softwarebizcontest

ก็เริ่มกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับ กับโครงการประกวดแผนธุรกิจซอฟท์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ หรือชื่อเก๋ๆว่า นวัตกรรมวาณิชย์ ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยจุดประสงค์หลักของงานนี้ ก็เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ เนื่องจากทางโครงการเล็งเห็นศักยภาพทางด้านไอทีของคนไทย ดังจะเห็นได้จากการที่คนไทยเราไปชนะการแข่งขันหลายๆประเภทมา เช่นการแข่งขันทางด้านโรบอต หรือการแข่งขัน imagine cup ซึ่งจัดโดยทางไมโครซอฟท์ เป็นต้น แต่อุตสาหกรรมทางด้านซอฟท์แวร์ของไทยกลับไม่พัฒนาเท่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากขาดทักษะในการทำให้มันเป็นธุรกิจ เช่นทางด้านการตลาด การเงิน การบริหารจัดการ โครงการนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเติมเต็มในส่วนนั้น โดยจะจัดอบรมเรื่องการเขียนแผนธุรกิจให้ฟรีๆเลย ย้ำครับว่า ฟรี! จากนั้นจึงเขียนแผนธุรกิจของโครงการที่ทีมตัวเองคิดขึ้น แล้วส่งประกวดชิงเงินรางวัลครับ ซึ่งการประกวดนี้ จริงๆแล้ว ไม่ใช่จุดประสงค์หลักแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้เข้าร่วม ได้ฝึกการเขียนแผนธุรกิจจริงๆจังๆกัน ไม่ว่าจะเข้ารอบหรือจะได้รางวัลหรือไม่ แค่ได้อบรมการเขียนแผนธุรกิจฟรีๆก็คุ้มสุดๆแล้วคับ ^^

อ่ะ เกริ่นมามากพอละ สำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บ SoftwareBizContest นะครับ ส่วนใครสนใจเรียนรู้การทำธุรกิจซอฟท์แวร์ เรามาเริ่มไปพร้อมๆกันเลยครับ

อันดับแรก ต้องรู้ก่อนครับ ว่าโครงการที่เราจะทำ จัดอยู่ในหมวดหมู่ไหน ซึ่งในโครงการนี้ แบ่งหมวดหมู่ซอฟท์แวร์ออกเป็น 4 หมวด (จริงๆอาจมีมากกว่านั้น แต่ขอจำกัดไว้แค่นี้ตามทางโครงการก็แล้วกันนะครับ เพราะเนื้อหาในส่วนถัดๆไป จะจำกัดอยู่ใน 4 หมวดนี้เท่านั้น) และในแต่ละหมวดก็จะมีรูปแบบการเขียนแผนธุรกิจต่างๆกันไป ซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อๆไปครับ คราวนี้เรามาดูกันครับ ว่าใน 4 หมวดนี้ มีอะไรบ้าง

  1. Enterprise Software

    ในหมวดนี้ จะเป็นซอฟท์แวร์ประเภทที่มีวัตถุประสงค์ทางด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น desktop application, Web site, หรือ mobile application ก็ตาม ที่เห็นกันมากก็จะเป็นพวกซอฟท์แวร์ประเภท ERP หรือ CRM ที่ใช้กันตามสำนักงานเล็กใหญ่ทั่วไปครับ

  2. Embedded Software and Robotics

    ในหมวดนี้ เป็นซอฟท์แวร์เพื่อการทำงานของกลไก เครื่องมือ หรือหุ่นยนต์ ที่มีการเขียนโปรแกรมฝังลงไปในชิพ เพื่อให้อุปกรณ์ทำงานตามที่เราโปรแกรมไว้ครับ เช่นพวกเครื่องมือประกอบชิ้นส่วนตามโรงงาน หรือพวกหุ่นยนต์ต่างๆ เช่นหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารครับ (คาดว่าจะมีให้เห็นตาม MK ในไม่ช้าครับ)

  3. Game and Animation

    ในหมวดนี้ เป็นซอฟท์แวร์ประเภทเกมกับการทำอนิเมชั่นครับ ซึ่งในส่วนของเกมนั้น หลังๆจะเห็นมีประเภทให้เล่นเกมฟรี แต่เก็บเงินจากการซื้อไอเทมพิเศษเพื่อใช้ในเกมหรือเก็บค่าชั่วโมงการเล่นครับ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆในบ้านเราก็พวกเกมออนไลน์อย่าง Ragnarok Online (เก่าไปมะ), Pangya, Black Rogue และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งค่ายเกมที่นำเกมเหล่านี้เข้ามา ส่วนใหญ่ก็รับเงินเป็นกอบเป็นกำกันเลยทีเดียว (บางค่ายมีดราม่าฟ้องผู้เล่นด้วย อิอิ) หรืออย่างเกมปลูกผักที่เล่นกันบน facebook ก็ใช่ครับ อันนั้น ถ้าจำไม่ผิด เห็นว่ารายได้ทะลุ 5 พันล้านเหรียญไปเรียบร้อยแล้วครับ แสดงให้เห็นว่า ตลาดเกมนั้น เป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีการเติบโตกันอย่างต่อเนื่อง น่าสนใจมากครับ

  4. E-Learning

    ในหมวดนี้ เป็นซอฟท์แวร์ด้านการศึกษาและพัฒนาคนครับ ซึ่งนอกจากจะเป็นพวกซอฟท์แวร์ช่วยสอนแล้ว ยังรวมถึงซอฟท์แวร์ที่ใช้เพื่อการพัฒนาบุคลากรในองค์กรด้วย

หากโครงการของเรา มีซอฟท์แวร์ที่เข้าข่ายหลายๆหมวด ก็ลองเลือกเอาอันที่ใกล้เคียงที่สุดมาหมวดนึงนะครับ เพราะต่างหมวดกัน ก็มีการทำแผนธุรกิจที่ต่างกันเช่นกัน หรือใครจะลองเอาโครงการเดียวไปเขียนแผนหลายแบบดูก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ให้ผู้ร่วมโครงการส่งข้อเสนอ (proposal) กันครับ ว่าเราตั้งใจจะทำโครงการอะไรบ้าง ซึ่งเราก็จะเขียนแผนธุรกิจให้กับโครงการต่างๆเหล่านี้นี่แหละครับ ซึ่งหลังจากนี้ ก็จะเริ่มอบรมกันวันแรกในวันที่ 30 ตุลาคม 2553 นี้ครับ จนกว่าจะถึงตอนนั้น นั่งคิดโครงการเจ๋งๆรอไว้เลยครับ แล้วเราค่อยมาหัดเขียนแผนธุรกิจไปพร้อมๆกันนะครับ ^^

updated (October 28th, 2010)
เพิ่มเติมกันนิดนึง สำหรับตัว proposal จะมีหัวข้อสำคัญๆที่ควรคิดไว้ล่้วงหน้าก่อนเริ่มเขียนแผนธุรกิจ ตามนี้นะครับ

  1. ที่มาของแนวคิดของผลงาน

    ในส่วนนี้ จะเป็นการดูว่า เราได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรในการทำโครงการตัวนี้ขึ้นมา เช่นโครงการนี้ มุ่งเน้นเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง หรือเล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด หรือมีแนวโน้มในการเจริญเติบโตในอนาคต เป็นต้น

  2. คำอธิบายแนวคิดของผลงาน

    อันนี้อธิบายไอเดียเราครับ ว่าลักษณะผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ หรือระบบของเรา มีการทำงานยังไง มีจุดเด่นด้านไหน ลักษณะการใช้งานเป็นยังไง มีการจัดการข้อมูลอะไรยังไง เป็นต้น

  3. รูปอธิบายโดยสรุป

    "A picture is worth a thousand words" ครับ ลองร่างการทำงานคร่าวๆของตัวระบบของเราดู ว่ามันมีการทำงานยังไง มีการรับส่งข้อมูล หรือมี interaction กับผู้ใช้งานยังไงบ้าง เป็นต้น ซึ่งแผนภาพนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจระบบของตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยได้มากในภายหลัง

  4. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

    อันนี้ดูว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของเราเป็นใคร แล้วเป้าหมายรองเป็นใคร มีเหตุผลอะไรในการเลือกกลุ่มลูกค้าเหล่านั้น

  5. รายละเอียดของผลงานเพิ่มเติม

    ในส่วนนี้ จะเป็นการพิจารณา ว่าโครงการนี้ ในแง่ของเทคโนโลยีแล้ว มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน จะใช้เทคโนโลยีด้านไหนในการพัฒนาผลงาน เวลาที่คาดว่าจะใช้ในการพัฒนา เป็นต้น

หัวข้อเหล่านี้ จะถูกใช้เป็นแนวทางในการเขีัยน แผนงานธุรกิจของเรา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความเหมาะสมครับ ^^